ทีวีถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่คู่กับทุกครัวเรือน ดังนั้นการเลือกซื้อทีวีที่มีคุณภาพ ประหยัดพลังงาน และเหมาะสมกับความต้องการใช้งานจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก และในปัจจุบันมีทีวีมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือก ทางร้านจึงขอแนะนำประเภท รายละเอียดต่างๆ และวิธีเลือกซื้อทีวีให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าค่ะ

ประเภททีวี

ขอบคุณภาพจาก http://www.samsung.com/

ขอบคุณภาพจาก http://www.samsung.com

ทีวีแบบระบบแอนะล็อก คือ ทีวีทั่วไปที่เราเคยใช้กันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  เป็นทีวีที่ไม่มีระบบรองรับสัญญาณดิจิทัลทีวีในตัว ต้องต่อกับกล่องดิจิทัลทีวีและเสาอากาศเพื่อให้สามารถดูช่องดิจิทัลทีวีได้

ทีวีแบบระบบดิจิทัล คือ ทีวีที่มีระบบรับสัญญาณดิจิทัลทีวีในตัว เพียงแค่ต่อเสาอากาศก็สามารถรับชมช่องดิจิทัลทีวีได้คมชัดแล้ว

สมาร์ททีวี คือ ทีวีที่พัฒนาฟังก์ชันการใช้งานให้ทันสมัยมากขึ้น เช่น สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เข้าเว็บบราวเซอร์ ดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน ฟังเพลง และชมภาพยนตร์เหมือนการใช้สมาร์ทโฟน เป็นต้น และในปัจจุบันสมาร์ททีวีพัฒนาไปถึงการสั่งงานด้วยเสียง ควบคุมด้วยท่าทาง และปลดล็อคหน้าจอด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้าด้วย

ประเภทจอ

ขอบคุณภาพจาก http://www.samsung.com

ขอบคุณภาพจาก http://www.samsung.com

จอ CRT (Cathode Ray Tubes) เป็นจอทีวีหรือจอคอมพิวเตอร์ยุคเก่า แบบจอโค้งและหลังนูน

  • ข้อดี สามารถดูทีวีได้แบบมุมมองกว้าง ใช้งานตั้งแต่ยุคทีวีขาวดำจนถึงทีวีสี
  • ข้อเสีย ใช้พื้นที่เยอะ ให้กำลังความสว่างของจอมาก ถ้าดูทีวีนานๆ อาจแสบตาได้

จอ LCD (Liquid Crystal Display) เริ่มแรกจอ LCD ผลิตมาเพื่อเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ มีขนาดจอที่บางและหลังไม่นูน

  • ข้อดี ภาพดูสบายตา ประหยัดพื้นที่ และกินไฟน้อย
  • ข้อเสีย การแสดงภาพยังไม่แม่นยำ เวลาหน้าจอแสดงภาพสีดำๆ จะเห็นแสงขาวสว่างอยู่ ชมได้องศาน้อยกว่าจอ CRT เวลามองข้างๆ จะมองไม่ชัด ต้องดูตรงกับหน้าจอเท่านั้น

จอ Plasma TV เป็นจอทีวีที่สามารถกำเนิดแสงได้เอง โดยปล่อยแรงดันไฟเข้าไปกระตุ้นเม็ดพิกเซลก็จะส่องสว่างได้เอง

  • ข้อดี ถ้าเปรียบเทียบกับคุณภาพของ LCD แล้วพบว่าภาพคมชัดกว่า การแสดงภาพได้รวดเร็วกว่า สามารถแสดงระดับพื้นสีดำได้ดีกว่า มุมมองจอภาพที่กว้างกว่า และแสดงสีเป็นธรรมชาติกว่า
  • ข้อเสีย กินไฟ มีอาการ Burn In ในบางช่วง และไม่สามารถชมทีวีชัดๆ ได้ในตอนกลางวันจะชัดในที่มืดๆ อย่างเช่นช่วงกลางคืน

จอ LED (Light Emitting Diode) เป็นจอทีวีที่พัฒนามาจากจอ LCD ได้รับความนิยมมากที่สุดในท้องตลาดปัจจุบัน

  • ข้อดี ภาพคมชัดและสมจริง มีอัตราการตอบสนองที่รวดเร็ว มีขนาดบางน้ำหนักเบา วางได้ทั้งบนโต๊ะและติดผนัง เหมาะกับห้องทุกสภาพแสง โดยเฉพาะที่มีแสงสว่างมาก
  • ข้อเสีย มีราคาสูง

จอ OLED เป็นจอทีวีที่ให้คุณภาพดีกว่าจอ LCD และจอ LED มีลักษณะคล้ายแผ่นฟิล์ม บาง สามารถดัดให้โค้งงอได้

  • ข้อดี แสดงสีภาพได้อย่างแม่นยำและเป็นธรรมชาติ บริเวณภาพที่เป็นสีดำจะไม่มีการเปล่งแสง ที่สำคัญยังช่วยประหยัดพลังงาน
  • ข้อเสีย มีราคาสูงมาก

ขนาดหน้าจอ

ขอบคุณภาพจาก http://www.samsung.com

ขอบคุณภาพจาก http://www.samsung.com

  • ทีวีขนาดต่ำกว่า 32 นิ้ว ผู้ชมควรอยู่ห่างจากหน้าจอประมาณ 1.5 เมตร
  • ทีวีขนาด 32-39 นิ้ว ผู้ชมควรอยู่ห่างจากหน้าจอประมาณ 1.5-2 เมตร
  • ทีวีขนาด 40-45 นิ้ว ผู้ชมควรอยู่ห่างจากหน้าจอประมาณ 2-2.5 เมตร
  • ทีวีขนาด 46-55 นิ้ว ผู้ชมควรอยู่ห่างจากหน้าจอประมาณ 2.5-3 เมตร
  • ทีวีขนาดตั้งแต่ 56 นิ้วขึ้นไป ผู้ชมควรอยู่ห่างจากหน้าจอประมาณ 3 เมตรขึ้นไป

ความละเอียดของภาพ (Resolution)

ขอบคุณภาพจาก http://www.samsung.com/

ขอบคุณภาพจาก http://www.samsung.com/

HD (1366 x 768 Pixel) เป็นมาตรฐานความละเอียดที่แพร่หลายในตลาดปัจจุบันเพราะช่องทีวีไทยได้พัฒนาเป็นช่องดิจิทัลทีวีแล้ว จึงมีรายการที่ผลิตออกมาเป็น HD เยอะ ทำให้สามารถรับชมภาพได้คมชัด

Full HD (1920 x 1080 Pixel) อีกหนึ่งความละเอียดที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ช่วยในการดูหนัง Blu-ray (เทคโนโลยี Blu-ray ผลิตมาให้พอดีกับจอแบบ Full HD) และรายการทีวีแบบ Full HD ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยรายการทีวีไทยที่ผลิตออกมาเป็น Full HD ก็เริ่มมีมาให้เห็นมากขึ้นแล้ว

UHD (Ultra High Definition หรือ 4K) มีความคมชัดของภาพสูงกว่า Full HD ถึง 4 เท่า แต่รายการทีวีไทยที่ถ่ายทำแบบ UHD ยังไม่มีให้เห็น คุณสมบัติความละเอียดนี้อาจสูงเกินไปสำหรับรายการทีวีในไทย และราคาทีวีสูงมาก

วิธีการเลือกซื้อทีวี

  1. ควรเลือกทีวีที่สามารถรองรับระบบดิจิทัลทีวีได้ เนื่องจากปัจจุบันช่องทีวีไทยกลายเป็นช่องดิจิทัลทีวีตามเงื่อนไขที่รัฐบาลบังคับใช้ ดังนั้นควรเลือกซื้อทีวีระบบดิจิทัล หรือจะใช้ทีวีแอนาล็อกแล้วซื้อกล่องรับสัญญาณดิจิทัลก็ได้ ลองเปรียบเทียบราคาและงบประมาณดูค่ะ
  2. ควรเลือกประเภทของจอให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยปัจจุบันนิยมใช้จอ LED เนื่องจากภาพคมชัดเหมาะกับห้องทุกสภาพแสง
  3. ควรเลือกขนาดทีวีให้เหมาะสมกับระยะห่างในการนั่งดูทีวีเพื่อไม่ให้ทำลายสายตา
  4. ควรเลือกความละเอียดของภาพแบบ HD หรือ Full HD ส่วนแบบ UHD ยังไม่แนะนำเพราะรายการไทยที่ผลิตด้วย UHD  ยังไม่มี
  5. ควรซื้อทีวีที่มีรับประกันสินค้าหรือเลือกซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ เพราะถ้าทีวีมีปัญหาสามารถติดต่อร้านค้าหรือศูนย์รับซ่อมได้